มีเรืองที่จะเล่าให้ฟังครับ วันนี้ เป็นเรื่องการวัดแสงสำหรับการถ่ายภาพ เป็นทักษะที่สำคัญที่่จะต้องใช้
ไปตลอดของการถ่ายภาพครับ ถือว่ามาเล่าประสบการณ์เท่านั้นครัับ ไม่ได้มาสอนหรือแนะนำำอะไร
เพราะผมเป็นเพียงนักเล่าเรื่อง เท่านั้น
การวัดแสงสำหรับการถ่ายภาพ มีหลายวิธีมากมาย ขึ้นอยู่กับ สิ่งที่ต้องการถ่ายภาพ ความเข้มของแสงในขณะนั้น
โหมดสำหรับการวัดแสง และอื่นๆ ในภาคสนามแล้ว จากประสบการณ์ ครับ
1 การถ่ายภาพทั่วๆไป เช่น ถ่ายภาพวิว ภาพต้นไม้ ภาพดอกไม้กลางแจ้ง ภาพคนเดินตามท้องถนน ภาพถ่ายบุคคลทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยวในวันที่อากาศแจ่มใส
การวัดแสงจากระบบโอโตเมติก จากกล้อง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร ที่มีระบบที่ซับซ้อน เช่น ระบบเมตริกซ์
ภาพส่วนใหญ่จะไม่ผิดพลาด ความแม่นยำมีสูงถึง 95% นั่น คือ ถ่ายภาพประเภทนี้ 100 ภาพ ทุกภาพเกือบใช้ได้หมด
2 สถานการณ์ที่กล้องสามารถโดนหลอกได้ เช่น ในเฟรมที่ต้องการถ่ายภาพมีวัตถุที่สว่างจ้าเกินไป ดังเช่น การถ่ายภาพหิมะ
หรือ ในกรณีถ่ายภาพวัตถุที่มีสีดำในภาพเกือบเต็มเฟรม เช่น ถ่ายแมวดำ กาดำ การวัดแสงด้วยระบบออโตเมติก มักจะผิดพลาด
โดยเมื่อถ่ายภาพหิมะ จะได้ภาพที่ไม่เป็นสีขาว แต่เป็นสีดำ หรือ ถ่ายภาพแมวดำ แต่ได้ภาพแมวดำๆ ปนเทา หรือออกดำๆ แต่สว่าง
กรณีนี้บางครั้งการวัดระบบออโตก็สามารถถ่ายได้ภาพที่ถูกต้อง เพราะการวัดแสงขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ใช่ว่า ตามทฤษฎีบอกไว้
ถ่ายแล้วจะไม่ได้ผลหากใช้ออโต ผมถ่ายภาพหิมะกลางแจ้งโดยวัดแสงเฉพาะจุดกับวัดแสงด้วยเมตริกซ์ ภาพทั้งสองภาพไม่แตกต่างกัน
เนื่องจากในภาพประกอบด้วยส่วนที่เป็นสีเทา สีเข้ม และ สีขาว กระจายอยู่ทั่วเฟรม แต่ถ้าถ่ายหิมะเปล่าๆ เช่น พื้นดินที่มีหิมะเต็มไปหมด
การวัดแสงออโตผิดพลาดได้ง่าย โดยหิมะจะเป็นสีเทาอย่างแน่นอน ในขณะที่มองตาเปล่าหิมะเป็นสีขาว
ผมถ่ายภาพนกสีดำ โดยวัดแสงแบบออโต กูรูท่านอื่นๆ ที่ไม่เคยลองก็จะบอกว่า ภาพจะสว่างเกินไป
แน่นอน แต่เชื่อไหม ผมวัดแสงทั้งแบบออโตและเฉพาะจุด ภาพทั้งสองภาพไม่ต่างกันเลย ทีนี้เกิดคำถามว่า แล้วทำไมไม่ใช้ออโตไปเลย
คำตอบก็คือ คุณจะไว้ใจระบบออโตไปได้ตลอดไหมภาพบางภาพคุณมีโอกาสจะถ่ายภาพมันซ้ำอีกหนได้ยากมาก
หรือ คุณจะต้องการคอนโทรลทุกอย่างให้ลงตัวในสถานการณ์ที่จำเป็นๆ เชนถ่ายภาพเพื่อให้เก็บโทนความสว่างได้ละเอียด
ถ่ายภาพย้อนแสง ถ่ายภาพสิ่งที่มีคอนทราสต์จัดๆ มีทั้งแสงจ้าและส่วนที่มืดในเฟรมเดียวกัน เช่น ถ่ายภาพอาคารที่มีทั้งแสงจากภายนอก
แสงจากภายใน และมีส่วนที่เป็นมุมมืด
คุณจะไว้ใจให้ระบบออโต เป็นคนจัดการเรื่องแสงให้หรือเปล่า ???ระบบการวัดแสงในกล้องโดยทั่วไปจะเป็น 1) ระบบซับซ้อน เช่น เมตริกซ์ (ชื่อต่างกันตามยี่ห้อ แต่หลักการคล้ายๆ กัน)
2) ระบบวัดแสงเฉลี่ยกลาง และ 3) ระบบวัดแสงเฉพาะจุด
เกิดคำถามต่อไปว่า จะใช้ระบบไหนดี ???
และหากต้องการวัดแสงตามระบบนั้นๆ จะหาอะไรเป็นตัว referencee ว่า การวัดแสงนั้นไม่พลาด
หรือมีการเลือกการวัดที่ตำแหน่งใด ???ในเมื่อกล้องจะมองหาวัตถุที่สะท้อนแสงแบบ 18% gray หรือ 12% ตามข้อมูลใหม่
(ปล. 12 หรือ 18 อาจจะเป็นเรื่องถกเถียงกันมากมาย
สำหรับคนชอบพูดเรื่องนี้ แต่ในทางปฎิบัติ มีใครหาซื้อ 12% gray ได้ไหม และ 18% gray มีไว้เพื่อเป็นแนวทาง ไม่ใช่ทุกอย่างขึ้นกับ 18% เท่านั้น ถ้าไม่ใช่ 18% แต่เป็น 14% มันเป็นเรื่องใหญ่โตไหม หากการถ่ายภาพ
ยังคงขึ้นกับผู้ถ่ายภาพ และเป็นผู้ไกด์ให้กล้อง- ขออภัยที่ขยายความเยอะไปหน่อยครับ เรื่องนี้เถียงไม่รู้จบ
ยิ่งคนอ่านของตา Tom Hogan มา เอาเป็นว่ามันใช้ได้ครับ ไม่ขอถกเถียงในประเด็นนี้ครับ หากต้องการถกเถียง เว็บบอร์ดทั้งไทยและเทศ มีให้ห้ำหั่นกันครับ)
ไว้จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เล่าเรื่องต่อ ตอนต่อไปครับข้อสำคัญ : ไม่ต้องเชื่อผม !!! ให้ทดลองถ่ายภาพเองครับ ข้อมูลนี้เป็นแค่ความเห็น ที่ได้มาจาการอ่าน ศึกษาและทดลองทำ
แต่ไม่ใช่วิธีที่ผมเสนอให้ทำครับ การถ่ายภาพด้วยตัวเองหลายๆ ภาพ ตั้งค่าแบบต่างๆ วัดแสงแบบต่างๆ ทำเป็นสิบๆ ครั้งที่วัตถุหรือ
สิ่งที่จะถ่ายอย่าเดียวกัน โดยไม่เปลี่ยนมุม จะทำให้เกิดการเรียนรู้ครับ องค์ประกอบของวัตถุในภาพก็มีส่วนทำให้การวัด
แสงที่ได้แตกต่างกัน และตัวผู้ถ่ายภาพเองจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดครับ
ดังนั้นผมเพียงแค่เล่าให้ฟัง ไม่ได้แนะนำ ไม่ได้บอกให้เชื่อ แต่บอกให้ทดลอง และมีความสุขกับการเรียนรู้
และความรู้สึกส่วนตัวของผมเอง ข้อมูล exif หรือการวัดแสงอะไรก็ตามแต่ที่ผมเห็นในหลายๆ เว็บ ที่ผู้ถ่ายภาพบอกอย่างชาญฉลาด
แต่ภาพกลับตกแต่งด้วยโปรแกรมโฟโตชอบจนเป็นภาพแฟนตาซี แบบที่คุณไม่สามารถเห็นภาพแบบนั้นในธรรมชาติได้เลยนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าเชื่อถือสำหรับผมแต่ประการใด ทุกวันนี้อย่างที่ผมบอก แค่ดึงเลเวล ทุกอย่างก็จบ (เค้าอาจจะัวัดแสงมาผิดๆ แต่ดึงเลเวลให้สวย ก็ได้แล้วครับ ยิ่งพวกทำเลเยอร์ซ้อนๆ กัน แต่มาบอกข้อมูล F เท่านี้ speed เท่านี้ ไม่มีประโยชน์ ไม่่ก่อให้เิิกิดการเรียนรู้์)
คนเรามีปรัชญาที่แตกต่างกันครับ สำหรับเรืองความพอใจ และการใช้ชีวิต สำหรับการถ่ายภาพแล้ว ส่วนหนึ่งของความสุขของผม คือ การเพิ่มทักษะเพื่อให้ ถ่าย shot เดียว ให้ได้ correct exposure และผมไม่ต้องการจะเป็นนักแต่งภาพแต่ประการใด ยังคงมีความสุขกับการถ่ายภาพ และใช้ทักษะของการถ่ายภาพไปวันๆ และเรียนรู้อยู่ทุกๆวัน เป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา
หมายเหตุ ผมรอช่างภาพคนนึง เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้เริ่มกล่อมๆได้แล้ว เหลือแต่เรื่องข้อมูล คิดว่าเค้าจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น ครับ น้าเล็ก
http://jungleman1.multiply.com/ ไม่ใช่แค่เค้าเป็นช่างภาพ (ไม่ใช่นักแต่งภาพ) เท่านั้น แต่เค้าเป็นคนที่มีผลงานมากมาย ในนิตยสารชั้นนำต่างๆ โดยส่วนตัวแล้ว เค้าเป็นคนที่มีความคิดและทัศนคติที่ดีไม่น้อย
และผมเชื่อว่าจากประสบการณ์แบกกล้องท่องทั่วไทยนานนับสิบๆ ปี ;เค้าน่าจะนำสิ่งเหล่านั้นมาถ่ายทอด
และแ่บ่งปันกัน เพื่อสร้างทักษะและทัศนคติเกี่ยวกับการถ่ายภาพแบบช่างภาพ .. ว่าไง ครับ น้าเล็ก
ถ้าน้าอ่านมาถึงนี้แล้ว ไม่ตอบ ผมบอกน้าตรงๆ เหมือนเดิมนะ .. ผมไม่ยอมนะครับ