นักเล่าเรื่องจากบ้านนอก .. (พ.ศ. ๒๕๑๔)

Blog EntryสนทนาการวัดแสงFeb 5, '08 1:28 PM
for everyone

ได้รับจดหมายน้อยจากมิตร คนหนึ่งเกี่ยวกับการวัดแสง เลยนำให้อ่านกันเล่นๆ ดูครับ เนืองจากไม่ได้ขออนุญาตินำชื่อมาแสดง เลยใช้ .... แทนชื่อ ครับ

 

 

การทำทุกอย่างให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก (First time right) ไม่ว่าจะเป็นการจัดองค์ประกอบ การวัดแสง หน้ากล้อง ความเร็วชัตเตอร์ ฯลฯ เป็นสิ่งที่คนไร้ฝีมืออย่าง....อยากทำให้ได้มากที่สุด เพราะมีหลายครั้งที่โอกาสดีๆ ผ่านมาแล้วจะผ่านไปเลยโดยไม่หวนกลับมาอีก หรือถ้าจะกลับไปแก้มือ มันก็ต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวแล้วกลับมาบ้านพบว่ารูปไม่ได้อย่างใจ

อ่าน blog น้าวีแล้วเพิ่งนึกได้ว่าถ้าไม่สามารถทำ first time right ก็ยังมี software นานาชนิด ปัญหาก็คือ...น้าวีเชื่อมั้ยคะว่า ... ไม่เคยนึกถึงทางเลือกนี้เลย

ตอนนี้พอจะนึกออกแล้ว ถึงกระนั้น ... ยอมกลับบ้านมานั่งเจ็บใจ ดีกว่ากลับบ้านมาแต่งภาพให้สวยโดยที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ใช่ฝีมือของตัวเอง จะเรียกว่าไม่เก่งแล้วยังหยิ่งก็ได้

แต่...ต้องการความภูมิใจค่ะ
ความภูมิใจจากการถ่ายภาพให้ดี ไม่ใช่การตกแต่งภาพให้สวยสุดยอด
....ไม่ได้หวังว่าจะต้องถ่ายภาพได้ดีระดับมืออาชีพ
มันเป็นแค่ความรู้สึกของเด็กคนหนึ่งที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเท่านั้นเองค่ะ

ปลายมีนา...จะไป ...... คงต้องหาเวลาซ้อมมือให้เยอะๆ เพราะค่าใช้จ่ายสูงเหลือเกิน ถ้าพลาดคงไม่มีโอกาสไปแก้มืออีก (แต่มือระดับนี้ยังไงก็ต้องพลาด..ทำใจไว้แล้วค่ะ.. 555)

ขอบคุณน้าวีสำหรับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
หวังว่าจะมีโอกาสได้หัดตามที่น้าวีสอนไว้
ถ้ากลับมาแล้วจะส่งการบ้านให้ตรวจนะคะ

- ... -

veerasak wrote today at 9:41 AM
แนะนำให้ซื้อ 18% gray card ครับ
เพราะบางครั้งสถานการณ์ที่ยากต่อการวัดแสง การใช้ gray card จะให้ความมั่นใจมากขึ้น
อีกทั้งสะดวก หากมีเวลาน้อยและต้องไปหลายๆที่ วัดจาก gray card เลยครับ
แต่ก่อนอื่นต้องซื้อมาลอง และ ดูซิว่ากล้องเรา response ต่อ card นั้นดีไหม
อย่างกล้องผม ต้องปรับชดเชยอีกนิดหน่อย ประมาณ +.3 EV
ซื้อมาแล้วทดลองใช้จนรู้ใจกันให้ได้ก่อนไปทริป ครับ

veerasak wrote today at 9:57 AM
ที่ ..... ผมว่าแดดจะค่อนข้างจัดมาก
แนะนำให้ติดฟิลเตอร์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น Circular polarizer หรือ
๊UV filter เพราะแดดแรง สี จะโดน wash out ออกไปหมด
การใช้ filter จะทำให้ลดแสงสะท้อนลง ภาพที่ได้ก็จะมีสีอิ่มขึ้นครัับ

ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ แนะนำ ซื้อ CPL ไปเลยดีกว่า เพราะ UV แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
คือ เห็นผลไม่ชัดเจน CPL ยังช่วยในการทำให้ท้องฟ้าดูดีขึ้นมากๆ เพราะท้องฟ้าจ้าๆ อาจจะรบกวนสายตาเวลาดูภาพได้มากทีเดียว
ช่างภาพโดยทั่วไป ก็ใช้ ครับ เป็นทักษะของการถ่ายภาพ ไม่ใช่ตัดท้องฟ้ามาแปะ อย่างพวกแต่งภาพ

ถ้้ามีเงินเหลือ 555
แนะนำซื้อ Graduate ND filter (ฟิลเตอร์ ที่มีสีเทาครึ่งซีก) เอาไว้ตัดแสงที่ท้องฟ้า
สมมุติสถานการณ์นะครับ

ต้องการถ่ายภาพเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา มีภูเขาเป็นฉากหลัง และมีท้องฟ้าจ้าๆ เป็นฉากของฉากหลังอีกที
หากถ่ายภาพตามปกติ ภาพจะ under เมืองเล็กๆ ก็จะดูมืดๆ
หากวัดแสงที่ท้องฟ้า ภาพจะ under เ้ข้าไปใหญ่
หากวัดแสงที่เมืองเล็กๆ ท้องฟ้าก็จะจ้ามาก

Graduate ND filter จะลดความสว่างที่ส่วนท้องฟ้าลงให้ครับ

wrote today at 10:12 AM
ขอบคุณน้าวีอีกครั้งค่ะ

เจ้า Graduate ND filter เนี่ยมีอยู่แล้ว ..ตามประสาคนชอบสีฟ้า เลยนิยมให้ฟ้าสีอิ่มไว้ก่อน ^ ^
ส่วน 18% gray card ก็เล็งอยู่เพราะได้ความรู้จากน้าวีนี่หละค่ะ
ทีนี้ ถ้าได้ card มา จำเป็นต้องลองกับอะไรที่ขาวๆ จ้าๆ แบบหิมะหรือเปล่าคะ หรือว่าลองกับวัตถุปรกติที่พบได้ทั่วไป

 

veerasak wrote today at 10:20 AM
กล้องจะมองทุกอย่างเป็น 18% gray ทั้งหมด
กล้องมองหิมะเป็นสีเทา
กล้องมองกระเป๋ากล้องสีดำเป็นสีเทา

ดังนั้นถ่ายภาพหิมะ แทนที่จะเป็นสีขาว กลับเป็นสีเทา
ถ่ายภาพกระเป๋าสีดำ ก็จะเป็นสีเทา

การใช้ card ก็ คือ การ callibate กล้อง หรือบอกกล้อง โดยให้วัดแสงจากวัตถุที่เป็น reference
ถ้ากล้องวัด 18% card แล้วปรับกล้องให้ตรงตามนั้น เมื่อนำไปถ่ายภาพ ส่วนที่เหลือจะลงตัวหมด

ตัวอย่าง ผมวัด gray card แล้วถ่ายภาพหิมะ โดยใช้ค่าที่วัดจาก gray card ถ่ายภาพ
หิมะ ต้นไม้ อาคาร มันจะลงตัวหมด  หิมะไม่ดำ ความสว่างมืดของอาคาร หรือ ต้นไม้ มันก็จะลงตัวไปเองทันที

ในภาคสนาม คนเก่งๆ จะไม่พก gray card แต่เค้าจะหา middle tone ในภาพ เช่น เปลือกไม้
สนามหญ้าสีเีขียว ท้องฟ้าเทาๆ พวกนี้ใกล้เคียงกับ gray card
เค้าวัดที่นั่น โดยไม่ต้องสนใจว่า ส่วนอื่นๆ จะเป็นอย่างไร
ภาพก็จะลงตัวพอดีครับ

บางครั้ง gray card ไ่ม่สะดวก เช่น ถ่ายภูเขา เมืองที่อยู่ไกลๆ
ตำแหน่งที่เราวัดแสง จะไม่ใช่ตำแหน่งที่เราถ่ายภาพ
เราไม่สามารถยื่นมือยาวๆ อย่างแม่นาก ไปที่ไกลๆ นั้นได้
ดังนั้นจึงต้องหา middle tone ให้ได้

ปัญหาคือ อะไร จะเป็น middle tone

ดังนั้นต้องฝึกเีทียบครับ
ฝึกวัด gray card แล้วเทียบกับวัตถุต่างๆ เช่น ต้นไม้ รถยนต์ โขดหินในร่มเงา
พวกนี้ต่างจาก gray card มากน้อยเพียงใด

ีทีนี้เราจะมี gray card อยู่รอบๆ ตัวเราแล้วครับ

 


30 CommentsChronological   Reverse   Threaded
jungleman1 wrote on Feb 5, edited on Feb 5
แนะนำให้ซื้อ C-PL อย่างอื่นคงไม่ต้องซื้อ เพราะว่าประโยชน์น้อยมาก นอกจากปิดหน้าเลนส์ไม่ให้โดนฝุ่นหรือกระแทกจังๆ หรืออีกสารพัดเหตุผล

ผมมีฟิลเตอร์ตัวเดียวในกระเป๋าคือ C-PL แต่เกือบลืมเจ้าฟิลเตอร์ Protect ของ canon ที่ซื้อมาเพื่อป้องกันฝุ่นและคราบน้ำ รวมถึงไม่มีผลต่อสีของภาพไม่เหมือนพวก UV หรือ Skylight ที่มีผลไม่น้อย ซึ่งผมได้เจอมากับตัวแล้ว สมัยที่ยังใช้ฟิล์ม หากใครคิดไม่ถึงหรือไม่เคยเจอ ให้คิดต่อไปถึงช่วงเวลาที่เราใช้ฟิล์ม Daylight แล้วอุณหภูมิสีไม่ถึง พวกสองตัวนี้แหละที่จะมาช่วยกันหักเหทิศทางแสงให้เปลี่ยนไปอีก เหลือไว้แต่สายน้ำตกสีชมพูบ้าง ต้นไม้มีแสงเหลือบเหลืองบ้าง งง มาพอสมควรเลยครับ

เรื่องเกรการ์ด ผมแนะนำเพ่ิมเติมว่า หากเราถ่ายภาพในเมืองไทยหรือเมืองร้อนนั้น ค่าแสงจะเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ทำให้การใช้เกรการ์ดไม่สะดวกนัก ยกเว้นถ่ายพวกน่ิงๆ อย่างดอกไม้หรืออะไรที่ไม่เปลี่ยนเร็ว หากถ่ายภาพเพื่อการท่องเที่ยว ผมเชื่อว่าระบบวัดแสงในกล้องให้ความแม่นย่ำเยอะมากแล้วครับ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญอยู่ดี ที่จะใช้เกรการ์ดช่วยวัดแสง หรือใช้ผ่านกล้อง หรือจะใช้แบบมือถือ

ซึ่งว่ากันตามหลักแล้วในสมัยนี้มีใครทราบบ้างว่าระบบวัดแสงมีกี่แบบ...ไม่ใช่ระบบนะครับ...แบบ...

แล้วจะมาเล่าให้ฟังเมื่อว่างๆ ครับ
คุณ...... ผมเดาได้ป่ะ ว่าเป็นใคร หากชอบสีฟ้าและจะไปภูฎาน
sanmai wrote on Feb 5

อิอิ ตอนนี้ผมพยายามฝึกตัวเองให้พลาดน้อยที่สุดในการวัดแสงครับ(ถ้าเลนส์ตัวที่ใช้ร่วมกับกล้องแล้ววัดแสงได้)

* ปัญหาของตัวผมเองตอนนี้ที่ผมระบุได้ชัดก็คือ

- ถ้าตัวแบบเดินหรือเคลื่อนที่ตลอดเวลา แสงที่ผ่านยอดไม้เดี๋ยวทึบเดี๋ยวโปร่ง

เมฆที่เคลื่อนตัวโดยสายลมบังแสงอาทิตย์

ทำให้แสงเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลันจากเฟรมภาพที่เราจัดไว้ เพราะเราต้องเคลื่อนตัวตามแบบตลอดเวลา

โจทนี้แหล่ะครับที่ทำให้ผมพลาดบ่อย -

-- ถ้าได้ถ่ายภาพซ่อม ก็ แก้ไขได้ในสถานที่ แต่ถ้าไม่มีโอกาสถ่ายซ่อม ก็ปรับด้วยโปรแกรมครับพี่ --

** middle tone ของผมอยู่ในเฟรมภาพที่เรามองผ่านเลนส์เช่นเดียวกันครับพี่ **

^_____________^







veerasak wrote on Feb 5
ขอบคุณครับ สำหรับน้าเล็กและซันมัยที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ผมว่าเรื่องแบบนี้หาอ่านได้ยากตามเว็บไซด์ ที่่ส่วนใหญ่จะแนะนำและนำเสนอเทคนิคการตกแต่งภาพ
ช่วยแสดงความคิดเห็นและประสบการณ์กันครับ

เราคงไม่ได้บอกให้เชื่อ หรือ ทำตามที่เราเขียน
แต่เราบอกในสิ่งที่เราทำ หากเป็นประโยชน์ก็ดี หากไม่เป็นประโยชน์ก็ขอให้ละเสีย

หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง แนะนำว่า ให้อ่านหน้งสือที่ดีๆ หรือ เว็บไซด์ที่เชื่อถือไำด้ มีความเป็นสถาบัน
เพื่อเป็นแหล่งที่อ้างอิงได้ในการศึกษา ครับ

พื้นที่ตรงนี้ ข้อมูลอาจจะไม่ตรง หรือ อาจจะตรง ผู้อ่านควรต้องไปศึกษาเพิ่มเติม
อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น ในสิ่งที่อ่าน จนกว่าจะศึกษาอย่างถ่องแท้ ครับ

ทุกวันนี้ข้อมูลได้มาอย่างง่ายๆ แต่จะมีสักกี่คนที่หยุดแล้วคิดว่า ข้อมูลตามเว็บไซด์ หรือ เว็บบอร์ดนั้นๆ
น่าเชื่อถือได้เพียงไร

nokitori wrote on Feb 5
มาเก็บข้อมูลค๊า ยังไม่ได้เกร์การ์ดเรยค่ะจารย์วี ทีนี่หาซื่อยากมากค่ะ สงสัยต้องสั่งออนไลน์
veerasak wrote on Feb 5
มาเก็บข้อมูลค๊า ยังไม่ได้เกร์การ์ดเรยค่ะจารย์วี ทีนี่หาซื่อยากมากค่ะ สงสัยต้องสั่งออนไลน์
ถ้าไม่อยากใช้ gray card ให้อ่าน Zone system ครับ

มีเทคนิคมากมายหรือแนวคิด วิธีการมากมาย ที่จะใช้ หากเข้าใจ Zone system พอสมควร


หรือ หา middle tone ให้เจอในภาพที่เราต้องการจะถ่ายครับ
daalaamita wrote on Feb 5
ขอบคุณค่ะน้าวี และขอ เก็บ link ไว้ หน้าบ้านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
jadam2007 wrote on Feb 5
ขอบคุณมากๆค่ะ น้าวี และคุณ Jungle ได้ความรู้มากมายจริงๆ...
สักวันนึงจะถ่ายรูปได้สวยๆบ้าง ขอบคุณนะคะ
notbirth wrote on Feb 5
ตามมาอ่านครับ
iammacman wrote on Feb 5
มาหาเรื่อง...ใส่สมองครับ...


ขอบคุณนะครับ
snoopyinbkk wrote on Feb 5
โห ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ......ความรู้เพิ่มขึ้นอีกนิดแล้ว
iyuks wrote on Feb 6
มาหาความรู้ การวัดแสงค่ะ ขอบคุณค่ะ
bessar wrote on Feb 6
^ ^ ชอบๆๆ ขอบคุณค่ะ
floridaza wrote on Feb 6
แอบมาดูด ความรู้ ^^
pui2eliz wrote on Feb 6
แวะมาเก็บความรู้ค่ะ .... ดีจังมีบทความดี ๆ อย่างนี้มาแนะนำน้อง ๆ
jpattara wrote on Feb 7
มาหาความรู้ด้วยคน เรื่องzone systemนี่น่าสนใจมากเลยยย ต้องไปหามาอ่านบ้างหละ
ว่าแต่ Graduate ND filter เนี่ยมันต้องเลือกแบบไหนเหรอครับ ขอบคุณครับ
veerasak wrote on Feb 7
มาหาความรู้ด้วยคน เรื่องzone systemนี่น่าสนใจมากเลยยย ต้องไปหามาอ่านบ้างหละ
ว่าแต่ Graduate ND filter เนี่ยมันต้องเลือกแบบไหนเหรอครับ ขอบคุณครับ
การเลือกใช้คงขึ้นกับความต้องการ ครับ โดยทั่วไปหากแบ่งตามโครงสร้างแล้ว ND filter จะมีสองแบบ คือ ND ธรรมดา กับ ND ครึ่งซีก สำหรับ ND ครึ่งซีกแล้ว ครึ่งหนึ่งจะเป็น ND อีกครึ่งจะเป็นแก้วธรรมดา ทีนี้ก็มาดูคุณสมบัติการใน block แสง ซึ่งมีให้เลือกใช้ว่าจะ block กี่ stop เช่น 1, 2 หรือ 4

ประโยชน์ของ ND คือ การลดแสงที่จะผ่านไปไปหน้าเลนส์ โดยไม่ทำให้ความคมชัดหรือความเข้มของสี เปลี่่ยนไป

ทีนี้ครึ่งซีกกับแบบธรรมดา ส่วนใหญ่ใช้กรณีไหนนั้น ??
แบบธรรมดาก็คือใช้ทั่วไป ในกรณีที่ต้องลดแสงไปกี่ stop ก็ว่ากัน เช่น การถ่ายภาพน้ำตก เพราะเราต้องการลดแสงทั้งภาพ

แต่ครึ่งซีก ก็คือ ลดแสงเฉพาะครึ่งซีกนั้น
เช่นกรณี ถ่ายภาพท้องฟ้ากับ foreground (ทุ่งนา, ภูเขา, บ้านเรือน) ทีีมืดกว่า เราก็จะเกิดปัญหาว่า หากวัดแสงที่ท้องฟ้าหรือ background ที่สว่างกว่า ภาพที่ออกมาก็จะ under exposure โดยที่ท้องฟ้าจะได้พอดี แต่ foreground จะมืด แต่ถ้าวัดที่ foreground ภาพที่ออกมาก็จะได้ foreground ที่ exposure พอดี แต่ ท้องฟ้าจ้า ๆ ซึ่งไม่ค่อยมีใครชอบ
ดังนั้น ND ครึ่งซีกจะลดแสงจากส่วนของ background ไม่ให้แตกต่างจาก foreground ทำให้ได้ภาพที่ foreground ลงตัวพอดีและ background หรือท้องฟ้าไม่จ้า เหมือนกับดึงเวลาที่ท้องฟ้าและ foreground ไม่มีความแตกต่างกันมากให้เรา แม้ว่าเราจะไปไม่ถูกเวลาก็ตาม

อธิบายแบบง่ายๆนะครับ ไม่เน้นเทคนิค เน้นความเข้าใจ wording ไม่สามารถนำแต่ละคำมาตีความ
เพื่อเป็นวิชาการได้

veerasak wrote on Feb 7
อ่า่นคุณสมบัติของ ND filter ได้ที่นี่ครับ

http://www.camerafilters.com/pages/nd.aspx

ส่วนตัวอย่าง Graduated ND ดูได้ที่นี่ครับ

http://www.2filter.com/sunpak/sunpakgrad.html
dcgallery wrote on Feb 9
มาเก็บความรู้ค่ะพี่วี ^^
jpattara wrote on Feb 10
ขอบคุณมากครับ พอดีตอนแรกไปลองอ่านมาจากเนท พบว่ามันมีหลายชนิดเหมือนกัน เลยเริ่มงงนะครับ ยังไงเด๋วลองไปอ่านจากเวบที่ให้มาก่อนละกันครับ พอดีชอบถ่ายวิวนะครับ ขอบคุณมากๆๆอีกทีครับ :)
porpuay wrote on Mar 17
น้าวี ครับ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับ middle tone ที่ใกล้เคียงกับ สีเทา 18% ครับ

จากตัวอย่างที่ น้า ให้มาคือ เปลือกไม้ สนามหญ้าสีเีขียว ท้องฟ้าเทาๆ ผมลองมาหมดแล้วครับ ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ แต่คำถามของผมคือ เปลือกไม้ ท้องฟ้าเทาๆ นี่โอเคว่า สีที่ตาเราเห็นมันก็ออกๆเทาๆ น้ำตาลๆ แต่สีเขียวของหญ้าที่มัน เทากลาง ยังไงครับ ???

จริงอยู่ที่ผมลองถ่ายโดยที่วัดแสงที่หญ้า แล้วสีที่ได้ค่อนข้างตรง ผมเลยอยากจะรู้ว่าเ็้นเพราะอะไรครับ รบกวนน้าวีด้วยครับ

ปล. ผมลอง search หาแ้ล้วไม่ยักมีพูดถึงหญ้านี่แฮะ ^__^
veerasak wrote on Mar 17
ไม่ได้อยู่ที่สีครับ แต่อยู่ที่การสะท้อนแสง โดยใช้ การสะทอ้นแสง วัตถุที่เป็น 18% gray
ดังนั้น 18% green , 18% brown ก็ได้ครับ อยู่ที่การสะท้อนแสงที่ให้ผลใกล้เคียงกับ 18% gray
ดังนั้นเป็นสีอะไรก็ได้ ที่สามารถสะท้อนแสงได้ใกล้เคียงกับ 18% gray object
veerasak wrote on Mar 17
ส่วนหญ้า หาอ่านได้จากตรงนี้ ครับ

Source: http://www.apogeephoto.com/mag2-6/mag2-7rh.shtml

A close-up meter reading of an 18% gray card should be placed on Zone V–exactly half-way between black and white.

The clear north sky, weathered wood, gray stone, green grass should usually be placed on Zone V.

Dark stone, dark foliage, landscape shadows, unbleached demin, etc. can usually be placed on Zone IV (one stop darker than middle gray).

Caucasian skin, shadows on snow, light stone, sand dunes and other subjects with similar lighter-than-middle gray areas can be placed on Zone VI.
veerasak wrote on Mar 17
จากเคน ก็มีกล่าวไว้เกี่ยวกับหญ้า

Source : http://www.kenrockwell.com/tech/zone.htm

Normal exposure (Zone V): This is where you set middle tones or a gray card. Sometimes the north sky is set to normal (+-0). Oddly, in many scenes there is no middle tone, which is why spot meters usually cannot be used without knowing the zone system. Sometimes green grass falls here.

porpuay wrote on Mar 18
ไม่ได้อยู่ที่สีครับ แต่อยู่ที่การสะท้อนแสง โดยใช้ การสะทอ้นแสง วัตถุที่เป็น 18% gray
ดังนั้น 18% green , 18% brown ก็ได้ครับ อยู่ที่การสะท้อนแสงที่ให้ผลใกล้เคียงกับ 18% gray
ดังนั้นเป็นสีอะไรก็ได้ ที่สามารถสะท้อนแสงได้ใกล้เคียงกับ 18% gray object
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับน้าวี เอ่อ ขอถามแบบติวปิ้ดเลยนะครับ แล้วเราจะรู้ได้ไงครับว่า วัตถุไหน(ในภาพที่เราจะถ่าย) มันสะท้อนแสงได้ 18% gray ครับ กล้องมันบอกได้มั้ยครับ ???

คือปกติโดยส่วนใหญ่ผมจะถ่ายโหมด M แล้วเวลาจะถ่ายผมจะดูแค่ขีดบอกระดับความสว่างของภาพครับ แล้วพอมีเรื่อง 18% gray เข้ามา ผมเลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า จะรู้ได้ยังไงครับ ว่าควรจะไปจิ้มวัดแสงตรงไหน กล้อมันบอกได้มั้ย เผอิญว่าผมด้อยเรื่องการวัดแสงมากครับ

ปล. ไม่ได้เกรียนแต่อย่างใดครับ อันนี้ไม่รู้จริงๆครับ รบกวนด้วยครับ
veerasak wrote on Mar 18, edited on Mar 18
porpuay said
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับน้าวี เอ่อ ขอถามแบบติวปิ้ดเลยนะครับ แล้วเราจะรู้ได้ไงครับว่า วัตถุไหน(ในภาพที่เราจะถ่าย) มันสะท้อนแสงได้ 18% gray ครับ กล้องมันบอกได้มั้ยครับ ???

คือปกติโดยส่วนใหญ่ผมจะถ่ายโหมด M แล้วเวลาจะถ่ายผมจะดูแค่ขีดบอกระดับความสว่างของภาพครับ แล้วพอมีเรื่อง 18% gray เข้ามา ผมเลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า จะรู้ได้ยังไงครับ ว่าควรจะไปจิ้มวัดแสงตรงไหน กล้อมันบอกได้มั้ย เผอิญว่าผมด้อยเรื่องการวัดแสงมากครับ

ปล. ไม่ได้เกรียนแต่อย่างใดครับ อันนี้ไม่รู้จริงๆครับ รบกวนด้วยครับ
อย่างลิงค์ที่บอกไปครับ เค้าจะบอกว่าวัตถุประมาณไหน อยู่ Zone ไหน โดย Zone 5 คือ ประมาณ 18% gray (middle gray)
ถ้าวัดแสงในโซนนี้ไม่ต้องชดเชยครับ แต่ถ้าไปโซนอื่นๆ ต้องชดเชย อย่างถ้าไปวัดแสงใน Zone 4 (dark gray) ก็ให้ชดเชยไป -1 stop หรือ ไปวัดแสงที่ัวัตถุตกอยู่ในโซน 6 (light gray) ต้องชดเชยแสง + 1 stop

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วเราจะรู้ได้ไงครับว่า วัตถุไหน(ในภาพที่เราจะถ่าย) มันสะท้อนแสงได้ 18% gray ครับ กล้องมันบอกได้มั้ยครับ ???

กล้องบอกไม่ได้ครับ กล้องมองทุกอย่างเป็น 18% gray !!! มองรถสีแดง มองกระเป๋ากล้องสีดำ มองอะไรก็ตามเป็น 18% gray หมด

วัตถุไหนสะท้อนแสง 18% gray จะทราบได้อย่างไรนั้น ต้องมี reference เทียบ
ดังนั้น 18% gray card จึงนิยมใช้เป็น reference

เช่น วัดแสงจาก 18% grary card ได้ 1/200s F8
ไปวัดแสงที่สนามหญ้าได้ 1/200s F8 ก็แสดงว่าหญ้านั้นสะท้อนแสงเทียบได้ กับ การสะท้อนแสงจาก 18% gray card หรือ จัดอยู่ใน zone 5

หรือไปวัดที่เปลือกไม้ในร่มเงา แล้วได้ 1/100s F8 (จริงไหม ครับ สะท้อนแสงน้อยกว่า ต้องเปิดชัตเตอร์นานขึ้น)
แสดงว่าโทนของมันเป็น 9% แล้ว ไม่ใช่ 18%

แต่ทีนี้เราไม่สามารถถ่ายภาพที่ 1/100s F8 เพราะถ้าถ่ายภาพ ภาพจะติดโอเวอร์
เนื่องจากกล้องเห็น 9% gray tone (เทามากกว่า) เป็น 18% gray tone
ถ้าเราเชื่อกล้อง เราจะได้ภาพที่โอเวอร์์ทันที
จำได้ใช่ไหมครับ ผมบอกก่อนหน้านั้นว่า กล้องมองทุกอย่างเป็น 18% gray tone

ดังนั้ันเราต้องปรับชดเชย โดย ปรัับไป - 1 stop หรือผลักให้วัตถุที่เราวัดไปอยู่ในโซนที่มันควรอยู่ (Zone 4)
แทนที่จะถ่ายภาพด้วย 1/100s F8 ต้องไปถ่ายภาพที่ 1/200s F8
หรือ - 1 stop นั่นเอง

porpuay wrote on Mar 18
อุ๊ นึกภาพตามมม พอเข้าใจเลยอ่ะน้าวี เด๋ว ขอไปลองทดสอบก่อนนะครับ ได้ผลยังไงเด๋วมาบอกอีกที ขอบคุณมากครับน้าวี .. เล่นถามซะเยอะเลยย หวังว่าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไปนะครับ ^____^
veerasak wrote on Mar 18
ยินดีเสมอครับ
myakira wrote on Mar 18
ได้ฝึกหา middle tone อยู่แค่ไม่กี่วัน ก็ต้องลงสนามจริงซะแล้ว
จะคิดเสียว่าคราวนี้ไปซ้อมใหญ่ได้ไหมนั่น
ajball wrote on Mar 27
ขอบคุณ คับ ได้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
familynoot wrote on Mar 27
คราวก่อนเพิ่งถึงบางอ้อเรื่องภาพอันเดอร์และโอเวอร์ และก็มีอีกอย่างค่ะหาปุ่มที่บวกลบเจอ วันนี้เข้ามาเรียนต่อค่ะ พออ่านที่คุณวีอธิบายแล้ว เข้าใจเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนค่ะ ก่อนหน้านั้นยอมรับว่างงตึ๊บค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help